เตรียมตัวให้พร้อมก่อน "เจาะเลือด"
การตรวจเลือดเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินสุขภาพและวินิจฉัยโรค การเตรียมตัวอย่างถูกต้องก่อนเจาะเลือดจะช่วยให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และสะท้อนภาวะสุขภาพที่แท้จริงมากที่สุด
1. เกณฑ์การงดอาหารสำหรับการตรวจแต่ละประเภท
- ตรวจน้ำตาลในเลือด (FBS) : ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้นน้ำเปล่า) ก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
- ตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile) : ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้นน้ำเปล่า) 10 – 12 ชั่วโมง โดยเฉพาะค่าไตรกลีเซอไรด์ซึ่งไวต่ออาหารมาก จึงควรงดนานกว่าการตรวจน้ำตาล
- รายการที่ไม่ต้องงดอาหาร : การตรวจน้ำตาลสะสม (HbA1c) , การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) , การตรวจการทำงานของตับ และค่าการทำงานของไต สามารถเจาะเลือดได้ทันทีโดยไม่ต้องงดอาหาร
2. ทำไมก่อนเจาะเลือดถึง "ดื่มน้ำเปล่าได้" และต้องดื่มเท่าไร ?
หลายคนเข้าใจผิดว่าการงดอาหารก่อนเจาะเลือดคือการงดน้ำไปด้วย จนทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ แต่ในความเป็นจริง น้ำเปล่าคือข้อยกเว้นเดียวที่ช่วยให้การเจาะเลือดราบรื่นยิ่งขึ้น
- ดื่มได้เฉพาะ "น้ำเปล่าบริสุทธิ์" เท่านั้น : งดเครื่องดื่มที่มีรสชาติ แคลอรี หรือคาเฟอีน เช่น กาแฟดำ ชา น้ำโชดา และน้ำหวานทุกชนิด เพราะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
- ปริมาณที่เหมาะสม : แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่า 1 – 2 แก้ว (ประมาณ 250 – 500 มล.) ช่วง 1 – 2 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น แต่ไม่ควรกระดกดื่มมากเกินไปจนจุกเพราะอาจทำให้ค่าเลือดบางอย่างเจือจางลง
3. ข้อดีของการดื่มน้ำเปล่าอย่างเพียงพอก่อนเจาะเลือด
- ช่วยให้เส้นเลือดชัด เจาะง่าย ไม่เจ็บตัวฟรี : น้ำช่วยเพิ่มปริมาตรเลือด ทำให้หลอดเลือดพองตัว เจ้าหน้าที่หาเส้นเลือดง่าย ลดความเสี่ยงในการถูกแทงเข็มซ้ำ และลดโอกาสเกิดอาการหน้ามืดเป็นลม
- ป้องกันผลตรวจคลาดเคลื่อนได้ถึง 10 – 15% : หากร่างกายขาดน้ำ เลือดจะเข้มข้นเกินจริง ส่งผลให้ค่าฮีโมโกลบิน เม็ดเลือดแดง ไขมัน หรือค่าไต (Creatinine) พุ่งสูงผิดปกติจนนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้
4. ข้อควรระวังและสิ่งที่ควรปฏิบัติ
- งดแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และบุหรี่ : เนื่องจากคาเฟอีนกระตุ้นให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นชั่วคราวได้
- หากมีโรคประจำตัว : ควรแจ้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อพิจารณาการรับประทานยาและการตรวจที่เหมาะสม
- หากเผลอรับประทานอาหาร : ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อาหารเพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อความแม่นยำ เจ้าหน้าที่จะได้ประเมินเพื่อวางแผนนัดหมายการตรวจใหม่ได้อย่างปลอดภัย
จัดทำโดย : กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย
(อ้างอิงข้อมูล : สภาเทคนิคการแพทย์ , คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (CMDL) , ศิริราช (SiPH) , Cleveland Clinic และ MedlinePlus)