เตือนภัย ! อันตรายจากเห็ดพิษ
การรับประทานเห็ดป่าในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเห็ดพิษและเห็ดที่กินได้มักมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันมาก จนอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ตามหลักสำคัญคือ "เห็ด ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน"
ตัวอย่างเห็ดพิษที่ต้องระวัง !
เห็ดพิษหลายชนิดมีหน้าตาคล้ายเห็ดที่รับประทานได้ทั่วไป หากไม่ชำนาญอาจแยกแยะได้ยาก ตัวอย่างเห็ดพิษที่พบได้บ่อย ได้แก่ :
- เห็ดขี้ควาย / เห็ดขี้วัว
- เห็ดระโงกเหลืองก้านต้น / เห็ดระโงกหิน
- เห็ดกระโดงตีนตัน / เห็ดดอกกระถิน
- เห็ดไข่ / เห็ดไข่หงส์
- เห็ดตอมกล้วยแห้ง / เห็ดโคนส้ม
- เห็ดฆ่า / เห็ดคล้ายเห็ดโคน
- เห็ดแดงก้านแดง / เห็ดมันปูใหญ่
- เห็ดเพาะ (มีราก)
ตัวอย่างเห็ดที่รับประทานได้
เห็ดพื้นบ้านที่ปลอดภัยและนิยมนำมารับประทาน ได้แก่ :
- เห็ดแดงกุหลาบ / เห็ดหล่มกระเขียว
- เห็ดระโงกขาว / เห็ดระโงกเหลือง
- เห็ดเพาะ (ไม่มีราก)
- เห็ดโคน / เห็ดก่อเหลือง / เห็ดกูด
- เห็ดไข่ / เห็ดพุงหมู / เห็ดตับเต่า
- เห็ดน้ำแป้ง / เห็ดข้าวเหนียว
- เห็ดจั่น / เห็ดมันปู
ข้อควรระวังในการเลือกและรับประทานเห็ด
- อย่าเก็บหรือกินเห็ดที่ไม่รู้จัก : หรือเห็ดที่ไม่แน่ใจ โดยเฉพาะเห็ดที่อยู่ในระยะตูม
- ไม่เก็บเห็ดในบริเวณที่มีสารเคมี : เช่น แปลงเกษตรที่มีการฉ็ดยาฆ่าแมลง
- เลือกเห็ดจากแหล่งที่มีการเพาะพันธุ์ : เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับเห็ด : เพราะพิษจากเห็ดบางชนิดจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีแอลกอฮอล์
- ไม่ควรล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบเองก่อนประเมิน: เพราะอาจทำให้เกิดแผลในคอ ท้องเสียเพิ่มขึ้น หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
- ความเชื่อผิดๆ เรื่องการทดสอบพิษ : การต้มเห็ดกับข้าว ต้มกับหอมแดง หรือต้มกับเครื่องเงิน ไม่สามารถ ทดสอบความเป็นพิษของเห็ดได้อย่างถูกต้อง
อาการเมื่อได้รับพิษและการช่วยเหลือเบื้องต้น
อาการหลังรับประทานเห็ดพิษ :
ผู้ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และถ่ายอุจจาระเหลว หากได้รับพิษรุนแรง อาจส่งผลให้การทำงานของตับและไตล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
การช่วยเหลือเบื้องต้น :
หากสงสัยว่าได้รับพิษจากเห็ด ให้ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาโดยการล้วงคอ หรือให้กรอกไข่ขาว จากนั้น ควรรีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งนำตัวอย่างเห็ดที่รับประทานไปด้วย (ถ้ามี)
ด้วยความปรารถนาดีจาก
กลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย
(ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)